
ธรรมะเตือนใจ: 10 บาปอกุศลกรรมบถ หนทางสู่ความตกต่ำของชีวิต
ในทางพระพุทธศาสนา ความเจริญและความเสื่อมในชีวิตของคนเราไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคชะตาหรืออำนาจดลบันดาลจากภายนอก แต่ล้วนเกิดจาก “กรรม” คือการกระทำของตนเองเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำที่เป็น “บาป” หรือ “อกุศลกรรม” ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยโดยตรงที่ฉุดนำชีวิตให้ไปสู่ความทุกข์ ความลำบาก และความตกต่ำในทุกๆ ด้าน
รากเหง้าแห่งบาปทั้งปวงเกิดจากกิเลสในใจ 3 ประการ คือ โลภะ (ความอยากได้), โทสะ (ความโกรธ ความเกลียด), และ โมหะ (ความหลง ไม่รู้จริง) เมื่อกิเลสเหล่านี้ครอบงำจิตใจ ก็จะแสดงออกมาเป็นการกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่เรียกว่า “อกุศลกรรมบถ 10” ซึ่งถือเป็นทางแห่งความเสื่อมหรือบาปที่ควรละเว้นอย่างยิ่ง
อกุศลกรรมบถ 10 ประการ ที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ชีวิตตกต่ำ แบ่งออกเป็น 3 ทางดังนี้
กายทุจริต 3 (บาปที่เกิดจากการกระทำทางกาย)
- ปาณาติบาต (การฆ่าสัตว์ เบียดเบียนชีวิต): การพรากชีวิตผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ ถือเป็นบาปหนักที่สุด เพราะเป็นการตัดรอนสิทธิ์ในการมีชีวิตของผู้อื่น วิบากกรรมที่เห็นได้ชัดคือ ทำให้อายุสั้น มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เสมอ มักเจอแต่อุบัติเหตุเภทภัย และไร้คนเมตตาช่วยเหลือ
- อทินนาทาน (การลักทรัพย์ ฉ้อโกง): การเอาทรัพย์สินของผู้อื่นที่เขาไม่ได้ให้มาเป็นของตนด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการลักขโมย จี้ปล้น ฉ้อโกง คดโกง หรือเบียดบังเอาเปรียบ วิบากกรรมจะทำให้ทรัพย์สินเงินทองพินาศเสียหายอยู่เสมอ ทำมาหากินฝืดเคือง เก็บเงินไม่อยู่ มีแต่หนี้สิน ถูกโกง ถูกเอาเปรียบ และเจอแต่ความขัดสนยากจน
- กาเมสุมิจฉาจาร (การประพฤติผิดในกาม): การล่วงละเมิดคู่ครองของผู้อื่น หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนที่ไม่ใช่คู่ของตน ทำให้ครอบครัวแตกแยก สร้างความทุกข์ใจให้แก่ผู้อื่น วิบากกรรมจะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น มีแต่ปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ไม่สมหวังในความรัก มีศัตรูคอยจ้องทำร้าย และครอบครัวประสบกับความวิบัติ
วจีทุจริต 4 (บาปที่เกิดจากการพูด)
- มุสาวาท (การพูดเท็จ โกหก): การพูดจาไม่จริงเพื่อหวังผลประโยชน์แก่ตนเองหรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย วิบากกรรมคือจะทำให้เป็นคนไม่มีใครเชื่อถือในคำพูด พูดอะไรก็ไม่มีน้ำหนัก ถูกหลอกลวงได้ง่าย และมักถูกใส่ร้ายป้ายสีอยู่เสมอ
- ปิสุณวาจา (การพูดส่อเสียด ยุยง): การนำเรื่องของคนหนึ่งไปบอกอีกคนหนึ่งเพื่อทำให้พวกเขาแตกแยกกัน สร้างความบาดหมางในหมู่คณะ วิบากกรรมจะทำให้เป็นคนโดดเดี่ยว ไม่มีมิตรสหายที่จริงใจ บริวารคนใกล้ชิดมักจะแตกแยกกันเอง
- ผรุสวาจา (การพูดคำหยาบ ด่าทอ): การใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ผู้ฟัง วิบากกรรมจะทำให้เป็นที่เกลียดชังของคนรอบข้าง มีแต่คนอยากจะประทุษร้าย และมักได้ยินแต่เรื่องราวที่ไม่น่าพอใจ
- สัมผัปปลาปะ (การพูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระ): การพูดจาที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่มีแก่นสาร ทำให้เสียเวลาและบั่นทอนสติปัญญา วิบากกรรมคือทำให้คำพูดของตนเองไม่มีใครให้ความสำคัญ เป็นคนขาดความน่าเชื่อถือ และสติปัญญาเสื่อมถอย
มโนทุจริต 3 (บาปที่เกิดจากความคิด)
- อภิชฌา (การคิดโลภอยากได้ของเขา): การเพ่งเล็งทรัพย์สมบัติของผู้อื่นด้วยความอยากได้มาเป็นของตนเอง เมื่อความคิดนี้รุนแรงขึ้นก็จะนำไปสู่การลักขโมยหรือฉ้อโกง วิบากกรรมจะส่งผลให้ทรัพย์สมบัติของตนเองเสื่อมลง และจิตใจร้อนรุ่มไม่มีความสุข
- พยาบาท (การคิดปองร้ายผู้อื่น): การผูกใจเจ็บ คิดอาฆาตแค้น จ้องจะทำร้ายหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน วิบากกรรมจะทำให้จิตใจขุ่นมัวไม่มีความสุข มีศัตรูอยู่รอบด้าน หน้าตาผิวพรรณไม่ผ่องใส และอาจนำไปสู่การทำร้ายกันจริงๆ
- มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม): การมีความคิดเห็นที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง เช่น ไม่เชื่อเรื่องบุญบาป ไม่เชื่อว่าพ่อแม่มีพระคุณ ไม่เชื่อว่ากรรมมีอยู่จริง เป็นต้น ถือเป็นบาปที่ร้ายแรงที่สุด เพราะเป็นรากฐานที่ทำให้กล้าทำบาปอื่นๆ ได้ทั้งหมดโดยไม่เกรงกลัว วิบากกรรมจะทำให้ชีวิตมืดมน หาทางเจริญได้ยาก และหลงเดินทางผิดไปสู่ความเสื่อมตลอดเวลา
ดังนั้น การจะยกระดับชีวิตให้พ้นจากความตกต่ำ จึงต้องเริ่มต้นจากการสำรวจการกระทำ คำพูด และความคิดของตนเองอยู่เสมอ แล้วพยายามละเว้นจากอกุศลกรรมบถทั้ง 10 ประการนี้ พร้อมทั้งตั้งใจสร้างกุศลกรรมหรือความดีทางกาย วาจา ใจ ให้มากขึ้น ชีวิตก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน